หน้า: [1]
 1 
 เมื่อ: มกราคม 05, 2010, 10:55:57 am 
เริ่มโดย ohaoha - กระทู้ล่าสุด โดย ohaoha
อยากทราบว่าพระเครื่องในรูปนี้เป็นพระอะไร

 2 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2009, 03:16:20 pm 
เริ่มโดย @นายร้อยบุปผา@ - กระทู้ล่าสุด โดย @นายร้อยบุปผา@
ในช่วงปลายฝนต้นหนาวของประเทศไทยทางภาคใต้ มีสัญญานบอกเหตุที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักรู้และเข้าใจธรรมชาติหนึ่งคือ หากอากาศร้อนอบอ้าว แม้ว่าจะมีแดดหรือไม่ก็ตาม ฝนต้องตกลงมาแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว

ขณะที่ข้าพเจ้านายร้อยบุปฟา กำลังทำจิตใจให้เกิดอารมณ์ศิลปินถวิลหาความเงียบ วาวความคิด ก็นึกถึงเหตุรถไฟไทย(รฟท.) ทิ้งผู้โดยสารขึ้นมาก็ทำให้นึกถึง ป.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.608 และ ม.634 ซึ่งได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับความหมายของการรับขนคนโดยสารที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ (คำว่า รถโดยสารสาธารณะ ข้าพเจ้าไม่มั่นใจว่ารวมถึง รฟท. ด้วยหรือไม่? ป.ล. ขอความคิดเห็นจากผู้รู้ด้วยครับ) ว่าผู้ขนส่งจะต้องรับผิดชอบต่อคนโดยสารในความเสียหายเกิดแก่ตัวเขา หรือในความเสื่อมเสียอย่างใดๆ อันเป็นผลโดยตรงแต่การที่ต้องชักช้าในการขนส่ง เว้นแต่การเสียหายหรือชักช้า นั้นแก่แต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดแต่ความผิดของคนโดยสารนั้นเอง

ฉะนั้นผู้โดยสารทุกคนที่ขึ้นโดยสารรถไฟทุกคน นายร้อยบุปผา คิดว่าน่าจะมีตั๋วโดยสารทุกคน และตั๋วโดยสารนี้แหละเป็นสิ่งบ่งบอกสถานะของเรามี คือ ผู้โดยสาร เพราะตามกฎหมายถือว่า ผู้โดยสารจ่ายเป็นค่าจ้างต่างตอบแทนในการเดินทางแล้ว (ป.ล. แต่หากท่านใดใช้สิทธิโดยสารฟรีตามนโยบายรัฐ นายร้อยบุปผา คิดว่าท่านจะใช้กฎหมายนี้ไม่ได้นะครับ)

ดังนั้นผู้โดยสารที่จ่ายเงินแล้วต้องเก็บตั๋วโดยสารไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นสิทธิในทางกฎหมายเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในคราวนั้นๆ ได้ เช่น ไปทำงานาย เข้าสอบไม่ทัน พลาดนัดสำคัญ เป็นต้น หรือ กรณีรถไฟตกราง เป็นต้น ท่านผู้โดยสารสามารถฟ้องร้อง เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ป.ล. ข้อความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนต้วของนายร้อยบุปผา เท่านั้น

 3 
 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 01:23:31 pm 
เริ่มโดย apple - กระทู้ล่าสุด โดย apple
ทดสอบ  ยิ้มกว้างๆ

ทดสอบบอร์ด

หน้า: [1]